รับทำเว็บ บริการ รับทำเว็บสไตล์เกาหลี โปรโมชั่น รับทำเว็บ สั่งทำเว็บไซต์เกาหลี สั่งทำเว็บไซต์เกาหลี เว็บบอร์ด รับทำเว็บสั่งทำเว็บไซต์เกาหลี แบบฟอร์มทำเว็บไซต์เกาหลี ผลงาน รับทำเว็บ
รับทำเว็บ
 
 

รับทำเว็บ ♥ iChicweb

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday223
mod_vvisit_counterThis month9140
mod_vvisit_counterAll days1585806

วันที่เปิดเว็บ : 10/06/2010 ❤

Login ♥






ลืมรหัสผ่าน?
ลืมชื่อผู้ใช้ของคุณ?
ไม่มีบัญชีผู้ใช้? ลงทะเบียน

คำรับรองจากลูกค้า :: iChicweb

ผลงานรับทำเว็บ iChicweb ♥

★ รับข่าวสาร Update!! จากเรา

Name:

Email:

เพื่อนบ้านที่น่ารั๊ก ♥ จุ๊ฟๆ

สนใจเป็นเพื่อนบ้านกับ iChicWeb ติดต่อได้ค่า

แลกลิงค์ Banner 120x120

fashion

Copy Code แลกลิงค์ไปติดที่เว็บของคุณ
เรามี 757 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
Google PageRank Checker

 
 
 
 
 

วันอาทิตย์ที่ 08 เมษายน 2012 เวลา 13:13 น.

ความหมายของไฟล์รูปภาพชนิดต่าง ๆ ที่ใช้บน Website

ขอบคุณความรู้ดีๆจาก : http://www.ninetechno.com/

ในการสร้างเว็บไซต์นั้น มีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องใช้รูปภาพในการประกอบการสร้างเว็บไซต์ สำหรับบทความนี้เป็นการรวบรวมความหมายของไฟล์รูปภาพชนิดต่าง ๆ มาให้คุณได้เข้าใจ และสามารถเลือกใช้งานได้อย่างถูกต้อง

JPEG (เจเพ็ก) คือรูปแบบการบีบอัดแฟ้มภาพแบบสูญเสีย โดยยังให้เสียความละเอียดน้อยที่สุด รูปแบบแฟ้มสำหรับวิธีการนี้ได้แก่ .jpeg, .jpg, .jpe, .jfif, .jfi (อาจจะเป็นตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็ได้)

รูปแบบแฟ้ม JPEG นี้ เป็นรูปแบบแฟ้มที่ใช้กันในการจัดเก็บและแลกเปลี่ยนรูปภาพบนเวิลด์ไวด์เว็บมากที่สุด โดยเฉพาะภาพถ่าย เนื่องจากสามารถเก็บความละเอียดสูงได้โดยใช้ขนาดไฟล์ที่เล็ก สามารถเก็บภาพสีได้หลากหลายระดับความแม่นยำของสี(Bit Depth) ความสามารถในการย่อขนาดไฟล์ของแฟ้ม JPEG นั้นเกิดจากการใช้เทคนิคการย่อขนาดภาพแบบการบีบอัดคงข้อมูลหลัก (Lossy Compression) หรือการบีบอัดแบบมีความสูญเสียทำให้ไม่นิยมใช้กับภาพที่เป็นลายเส้นหรือไอคอนต่าง ๆ เนื่องจากจะไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าการเก็บในรูปแบบอื่น อย่าง PNG หรือ GIF

การบีบอัดของ JPEG นั้นจะใช้เทคนิคที่เรียกว่า DCT (Discrete Cosine Transform) ซึ่งเป็นการแปลงค่าความสว่างของภาพให้อยู่ในรูปแบบเชิงความถี่ (Frequency Domain) ทำให้สามารถเลือกแทนค่าของสัมประสิทธิ์หรือในที่นี้คือแอมพลิจูดของค่าความ ถี่ต่างๆ ได้โดยอาศัยตัวแปรที่มีนัยสำคัญที่ต่างกันได้ การที่สามารถลดนัยสำคัญของค่าตัวเลขลงไปได้ทำให้สามารถลดขนาดของหน่วยความจำ หรือขนาดไฟล์ที่ใช้เก็บตามไปได้

ชื่อ JPEG เดิมย่อมาจาก Joint Photographic Experts Group กลุ่มผู้พัฒนามาตรฐาน JPEG, JPEG 2000, และ JPEG XR

GIF (ออกเสียง "จิฟ" มาจาก Graphics Interchange Format) เป็นรูปแบบแฟ้มภาพและแฟ้มภาพเคลื่อนไหว รูปแบบ GIF ถูกออกแบบโดย Compuserve ซึ่งเป็นระบบเครือข่ายข่าวสารแบบออนไลน์ เพื่อให้บริการแลกเปลี่ยนกราฟิกในรูปแบบบิตแมป ภาพแบบGIF มีข้อจำกัดอยู่ตรงด้านแผงสีแบบ Index ภาพสีแบบ 24bit (RGB) ไม่สามารถใช้ได้ แผงสีสามารถบรรจุได้ 2-256 สี ซึ่งสร้างจากข้อมูลสี 24 บิท แฟ้มแบบ GIF โดยใช้การบีบขนาด LZW แบบประยุกต์ ทำให้เปลืองพื้นที่ความจุน้อยกว่า

สำหรับการออกเสียงคำว่า GIF มีการโต้เถียงกันหลายที่ ขึ้นอยู่กับภาษาที่ใช้ โดยทางผู้ผลิตได้สรุปวิธีอ่านของตัวเองไว้

ผู้ผลิตซอฟต์แวร์หลายรายกังวลเกี่ยวกับปัญหาสิทธิบัตรของแฟ้มแบบ GIF ซึ่งจดโดย Unisys ทำให้มีการสร้างรูปแบบแฟ้มภาพชนิดใหม่ที่ชื่อว่า PNG (Portable Network Graphics) ขึ้นมาทดแทน อย่างไรก็ตามสิทธิบัตรของ GIF หมดอายุแล้วเมื่อ ค.ศ. 2003 และ GIF ยังเป็นที่นิยมใช้งานต่อไปจนถึงปัจจุบัน

PNG (อ่านว่า ปิง) (อังกฤษ: Portable Network Graphics) เป็นรูปแบบแฟ้มภาพที่พัฒนาขึ้นมาทดแทนรูปแบบแฟ้มแบบ GIF เพื่อแก้ปัญหาด้านสิทธิบัตร PNG ออกเสียงว่า ปิง แต่ไม่สะกดว่า ping เนื่องจากซ้ำกับโปรแกรมทางเครือข่ายที่ชื่อเดียวกัน ปัจจุบันมาตรฐานของ PNG คือรุ่น 1.2 โดยได้รับการอนุมัติเป็นมาตรฐานของทั้ง W3C และ ISO/IEC เรียบร้อยแล้ว

 

ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/Jpg

          http://th.wikipedia.org/wiki/Gif

          http://th.wikipedia.org/wiki/Png

วันอาทิตย์ที่ 08 เมษายน 2012 เวลา 13:07 น.

Joomla คืออะไร

ขอบคุณความรู้ดีๆจาก : http://www.ninetechno.com/

joomla คืออะไร คำถามนี้มักจะอยู่ในใจของทุกคน ในขณะที่คุณได้ยินคำว่า "joomla" เป็นครั้งแรก เพราะชื่อที่ฟังแล้วแปลกหู เป็นชื่อที่ไม่คุ้นเคย แต่ถ้าหากเป็นคนที่อยู่ในวงการ Internet และ Website แล้วหละก็ ผมเชื่อแน่ว่า joomla คือ ชื่อที่ได้ยินแล้วรู้สึกโปรดปรานเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับ joomla กันผมขอเกริ่นนำเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์ให้พอเข้าใจกันก่อน เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับการทำความเข้าใจกับ joomla

การสร้างเว็บไซต์จากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปในทุก ๆ วัน เริ่มจากการใช้ภาษาในการเขียนเว็บไม่กี่ภาษา มาเป็นใช้ภาษาหลาย ๆ ภาษาร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นภาษา HTML, DHTML, PHP, ASP ฯลฯ นอกจากนี้หากต้องการให้เว็บไซต์ของเรามีความสวยงามก็จะต้องมีความรู้ทางด้านกราฟฟิกส์อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อ ย่อ ขยาย รูปภาพ สร้างภาพที่เป็น GIF Animation หรือจะให้ดูนุ่มนวลก็จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับการสร้าง Flash ด้วยความหลายกหลายที่จำเป็นจำต้องมีในเว็บไซต์นั้น การที่จะสร้างเว็บส่วนตัว หรือองค์กรให้สวยงามและมีประสิทธิภาพ ด้วยคนเพียงคนเดียวนั้นอาจต้องใช้เวลานานมาก ด้วยเหตุนี้ปัจจุบันจึงมีกลุ่มคนที่รวมตัวกัน และร่วมกันพัฒนา ต้องขอใช้คำว่า "เว็บไซต์กึ่งสำเร็จรูป" ขึ้นมา เพื่อเป็นการลดภาระการทำงานหลาย ๆ ด้าน ให้มีความง่าย และสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยให้ความหมายกับสิ่งที่พวกเขาได้พัฒนาขึ้นว่า CMS

joomla เป็น CMS ตัวหนึ่งในหลาย ๆ ตัวที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน สำหรับคุณที่ยังไม่รู้จักว่า CMS คืออะไร ขออธิบายสั้น ๆ เพิ่มเติมดังนี้ครับ CMS นั้นเป็นอักษรย่อของ คำว่า "Content Management System" ซึ่งเมื่อแปลเป็นภาษาไทย หมายถึง ระบบบริหารจัดการเนื้อหาของเว็บไซต์ นั่นหมายความว่า สิ่งที่เราจะต้องดูแลก็คือเนื้อหาของเว็บไซต์ เช่น การเพิ่มบทความ การเพิ่มรูปภาพ หรือการปรับแต่งโยกย้ายโมดูลต่าง ๆ ไม่จำเป็นจะต้องมานั่งเขียน Code ด้วยภาษา HTML, PHP, SQL เพียงแต่เรียนรู้วิธีการติดตั้ง การปรับแต่ง การใช้งาน CMS เท่านั้น สำหรับ Code ต่าง ๆ ที่นำมาสร้าง และ ออกแบบเว็บไซต์ จะทำโดยทีมงานของผู้พัฒนา CMS ของแต่ละทีม ซึ่งทำให้ประหยัดเวลาในการสร้าง และออกแบบเว็บไซต์ ได้อย่างมาก

joomla เป็น CMS ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ เพราะมีระบบการจัดการเนื้อหาที่มีรูปแบบสากล การปรับแต่งหน้าตาของเว็บไซต์ทำได้ง่าย เพราะ joomla ถูกออกแบบมาให้รองรับกับเทคโนโลยีการ ออกแบบเว็บไซต์ สมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการรองรับ Flash หรือ GIF Animation นอกจากนี้คุณยังสามารถ Download template ได้อย่างมากมายมีทั้งแบบที่สามารถนำมาใช้งานได้ฟรี (โดยให้เครดิตผู้สร้างนิดหน่อย เช่น ไม่ลบชื่อทีมพัฒนา template นั้นออกจาก template เป็นต้น) หรือหากต้องการ template ที่มีประสิทธิภาพ และมีความสวยงาม ก็สามารถหาซื้อมาใช้ได้ เพราะมีเว็บไซต์ที่ให้บริการจัดทำ template ของ joomla อยู่มากมาย จุดเด่นของ joomla อีกจุดหนึ่งก็คือมี Extension จำนวนมากให้เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้งาน เช่น component, module, Plugin มีทั้งแบบฟรี และแบบต้องชำระเงิน สำหรับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ joomla คือ http://www.joomla.org เป็นศูนย์รวมข่าวสารการ Update joomla และคุณสามารถ download joomla และ extension ต่าง ๆ ได้จากที่นี่

joomla มีการ Update อย่างสม่ำเสมอ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าการ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วย CMS joomla จะมีความปลอดภัย ซึ่งปัจจุบัน (ตุลาคม 2553) เป็นรุ่น 1.5.21 และที่สำคัญที่สุด joomla รองรับภาษาไทย 100% เพราะมีทีมงานที่คอยดูแลเรื่องภาษา ทำให้เราไม่ต้องมากังวลกับการใช้งานภาษาไทยว่าจะผิดเพี้ยนในส่วนใดหรือไม่ และในขณะนี้ Team ผู้พัฒนา joomla กำลังร่วมกันพัฒนา joomla รุ่นใหม่ คือ joomla1.6 ซึ่งในขณะนี้ก็ใกล้จะได้ใช้งานกันในเวลาอันใกล้นี้คือ Joomla 1.6.4 Released สำหรับในเวอร์ชั่น 1.5 ก็ยังคงพัฒนาเพิ่มเติมมาจนถึง 1.5.23 หากท่านใดใช้เวอร์ชั่นเก่าอยู่ก็แนะนำให้ upgrade ให้ทันสมัยอยู่เสมอนะครับ ทั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของเว็บไซต์ของท่านเอง

สิ่งที่ควรพิจารณาเป็นอันดับต้น ๆ สำหรับการใช้งาน joomla
สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน joomla แล้วเกิดปัญหานั้นส่วนใหญ่ ไม่ได้มาจากตัวของ joomla แต่มักจะมีปัญหากับ PHP, MySql, เวอร์ชั่นเก่า ทำให้เกิดปัญหาได้ สำหรับการตรวจเช็คนั้นไม่ยากเลย เพราะในตอนที่ดำเนินการติดตั้งนั้น จะมีหน้าเว็บเพจที่ตรวจสอบว่าสามารถติดตั้ง หรือรองรับได้หรือไม่ หากไม่รองรับให้หาตัวใหม่มาลง เพราะฉะนั้นตอนติดตั้งมักไม่ค่อยเกิดปัญหา แต่จะเกิดปัญหาตอนที่เราติดตั้งตัวเสริมต่าง ๆ (Extension) ซึ่งบางตัวถึงขั้นไม่สามารถใช้งานได้เลย เพราะติดตั้งไปก็จะ error หรือติดตั้งผ่าน แต่พอใช้งานจริงก็จะมีปัญหา สำหรับคุณที่ต้องการติดตั้งบนโฮสติ้ง ก่อนจะใช้บริการก็ควรเช็ครายละเอียดของโฮสติ้งให้ดีว่า PHP, MySql นั้นเวอร์ชั่นใหม่หรือไม่ จะได้เกิดปัญหาน้อยลง

Control Panel หัวใจของการจัดการเว็บไซต์
ในส่วนนี้ขอกล่าวเลยไปถึงการจัดการเรื่องสิทธิ์บนโฮสติ้งด้วย เพราะโฮสแต่ละโฮส ก็ีมีนโยบายความปลอดภัยไม่เท่ากัน บางโฮสมีความเข้มงวดมากก็จะทำให้คุณต้องอ่านรายละเอียดการใช้งาน เพื่อทำความเข้าใจมากขึ้น สรุปว่าปลอดภัยแต่ใช้ยากขึ้น (นิดนึง) หากคุณเลือกใช้โฮสในลักษณะนี้มักเกิดปัญหา และต้องโทรหาเจ้าของโฮสอยู่บ่อย ๆ อย่างแน่นอน นอกจากนี้เครื่องมือที่ช่วยในการบริหารจัดการโฮสติ้งก็แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ Operating System ที่โฮสนั้น ๆ เลือกใช้ (สำหรับในหัวข้อนี้จะเขียนเพิ่มเติมให้เรื่อย ๆ ครับ)

และทั้งหมดนี้ก็คือบทสรุปคร่าว ๆ ของ CMS joomla สำหรับเนื้อหาในส่วนนี้จะมี Update เพิ่มเติมให้อีกทีครับ ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราครับ

สวัสดีค๊าาา alt.. ช่วงนี้หลายๆที่โดนมรสุมน้ำท่วม ยังไงก็ขอให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปได้
โดยเร็วที่สุดนะคะ ทางทีมงาน iChicweb ขอเอาใจช่วยจ้า
คิวงานตอนนี้สำหรับคุณลูกค้าที่น่ารัก --> สามารถเริ่มงานได้ทันทีค่ะ 
สนใจติดต่อ 084-953-3738 ได้เลย ไม่ต้องรอนานจ้า ^______^
ประกาศ!! "งดรับแต่ง welove | ทำแต่เว็บใหม่เท่านั้นนะค๊าา"
» ลงชื่อทำเว็บ «  ท่านที่ประสงค์จะจองคิว ลงชื่อไว้ได้เลยจ้า แล้วเราติดต่อกลับทันทีค่ะ 

alt

alt
จองคิวทำเว็บ
ตั้งกระทู้ลงชื่อและเบอร์โทรไว้เลยนะคะ
ทางเราจะติดต่อกลับเมื่อถึงคิวจ้า ^^
โทรถามคิวได้นะคะ เผื่อรายชื่อตกหล่นค่ะ

รับทำเว็บ ทำเว็บเกาหลี เว็บขายของออนไลน์
รับทำเว็บร้านค้าสไตล์เกาหลี ด้วย CMS ยอดนิยม Joomla virtuemart
คุณสามารถเป็นเจ้าของเว็บร้านค้าได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านเว็บมาก่อน!!
โปรโมชั่นพิเศษ พื้นที่ลงสินค้า 15GB พร้อมโดเมน .com ลงได้ไม่จำกัด
คุณจะได้รับบริการที่อบอุ่น มีทีมงานใจดีคอย support ทุกวัน ยินดีให้บริการค่ะ :)

เปลี่ยนลุคเว็บไซต์ของคุณ ให้สวยชิคได้ในพริบตา !!!

alt

contact_ichicweb

บริการรับทำเว็บไซต์ E-Commerce ครบวงจร รับทำเว็บ ดีไซน์เว็บร้านค้า ทำเว็บขายของได้ทุกสไตล์

รับทำเว็บแนวเกาหลี น่ารักชิคๆ !! ทำเว็บด้วย joomla ฉีกรูปแบบเดิมๆ รับทำเว็บ ที่ไม่ซ้ำใคร ในราคาเบา ๆ ~*

คำรับรองลูกค้า

สวัสดีค่า :) คุณลูกค้าที่น่ารักทุกท่าน สามารถ Comment Feedback ให้กำลังใจ / ติชม ได้นะคะ หรือต้องการให้เราบริการส่วนไหนเพิ่มเติม บอกได้น๊า ยินดีรับฟังและนำไปปรับปรุงแก้ไขจ้า Slogan ของเราคือ "ราคาสุดคุ้ม !! บริการรวดเร็ว ประทับใจ ไม่ผิดหวังแน่นอน :)" คุณเองก็เป็นเจ้าของเว็บไซต์สวยๆได้ ในราคาไม่แพง ^^ ขอบคุณค่ะ iChicweb.com

นู๋กิ๊ก
http://www.ichicweb.com
alt --ตัวอย่างร้านค้าออนไลน์ ล่าสุด!!
Loading pages...

tipknow

    5 เทคนิคง่ายๆ ทำเว็บ E-Commerce ติด Search Engine ได้โดยไม่ต้องปรับแต่งอะไรมาก 5 เทคนิคง่ายๆ ทำเว็บ E-Commerce ติด Search Engine ได้โดยไม่ต้องปรับแต่งอะไรมาก
    5 เทคนิคง่ายๆ ทำเว็บ E-Commerce ติด Search Engine ได้โดยไม่ต้องปรับแต่งอะไรมาก       หาก คุณต้องการหาซื้อสินค้าซักชิ้นนึง และอยากหาซื้อสินค้านี้ในช่องทางออนไลน์หรือเว็บไซต์…
  • การเลือกสินค้ามาขายอย่างมีสติ การเลือกสินค้ามาขายอย่างมีสติ
      การเลือกขายสินค้านั่น ถือได้ว่าเป็นประเด็นหลักๆ ที่อาจช่วยให้คุณหรือผมประสบความสำเร็จในการขายได้ ฉนั้นสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณควรจะมีก็คือ “การเลือกสินค้ามาขายอย่างมีสติ” จากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านๆ มานั้นเชื่อว่าหลายท่านอาจเคยอ่านบทความเก่าๆ ของผมเมื่อปี 2006 ที่ผ่านมาเกี่ยวกับกฏเกณฑ์การเลือกสินค้าเพื่อสร้างร้านค้าออนไลน์ aStore…
  • เทคนิคในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ เทคนิคในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์
      การออกแบบ รูปแบบแสดงผล และสีสันของเว็บไซต์ควรแสดงออกถึงความน่าเชื่อถือ เช่น การใช้รูปแบบที่แสดงออกถึงความจริงจังในการทำธุรกิจ จริงจังในการขายสินค้าและบริการ ไม่ใช้รูปแบบที่แสดงออกถึงความตลกขบขัน ดูไม่เป็นมืออาชีพ สีที่ใช้บนเว็บไซต์ควรแสดงออกถึงความจริงจัง น่าเชื่อถือ อย่างโทนสีน้ำเงิน สีเทา…
  • เทคนิคการเริ่มทำเว็บไซต์ เทคนิคการเริ่มทำเว็บไซต์
    เว็บไซต์คืออะไร ?  - เว็บไซต์ เป็นที่รวบรวมหน้าข้อมูลใน รูปแบบอิเล็คทรอนิคส์ที่ประกอบไปด้วย ข้อความ ภาพ และ เสียง เข้าด้วยกันโดยใช้ชื่อ domain…
  • ประโยชน์ของการทำ E-Commerce ประโยชน์ของการทำ E-Commerce
      Online Marketing เป็นช่องทางดำเนินธุรกิจอีกทางหนึ่ง ที่ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจาก Internet เป็นทั้งเครื่องมือการค้า ช่องทางการจำหน่าย และ ช่องทางโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า ได้อย่างกว้างขวาง…

alt
alt ผลงานรับทำเว็บไซต์ ของ iChicweb ทั้งเว็บร้านค้าแนวเกาหลี และเว็บหลากหลายสไตล์ alt
ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจค่ะ

ผลงานรับทำเว็บไซต์
** เร็วๆนี้จะมีเว็บเกาหลีๆ มาให้ชมอีกค่ะ กำลังเร่งจัดทำ **

alt

alt --
ใช้บริการรับทำเว็บกับเราแล้วได้อะไร ?

1. ด้วยระบบจัดการ การซื้อ-ขายสินค้าที่ชาญฉลาด โดยสามารถเพิ่ม และ ลดสินค้า ได้อย่างง่ายดาย
---และที่สำคัญ ลงสินค้าได้ไม่อั้น ไม่จำกัดจำนวนชิ้น เพราะพื้นที่เราให้มากถึง 10GB !!! คุ้มไปเลย
2. ตั้งค่าการจัดส่งสินค้า พร้อมทั้ง คิดคำนวนราคา ค่าจัดส่งได้หลายระดับ
3. มีระบบตอบอีเมล์อัตโนมัติในกรณีที่เกิดการซื้อกับทางร้านของท่าน
4. อีกทั้งท่านอย่างสามารถทำให้เป็นเว็บไซต์ Show Room สินค้าของท่านได้อีกด้วย
5. อีกทั้ง Server ทีมีประสิทธิภาพหมดปัญหากับการล่ม พร้อมทั้งเป็นเจ้าของชื่อเว็บไซต์ .com ได้อย่างง่ายดาย
6. มีระบบ Live Support หน้าเว็บ ให้ลูกค้าติดต่อคุณผ่านเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว !!
7. ตกแต่งร้านค้า รับทำเว็บไซต์ร้านค้าตามสไตล์ที่คุณต้องการ (( ไม่ซ้ำ ))* และมีจุดเด่นในตัวเอง !!
8. มีระบบส่วนลด สินค้าขายดี พร้อมคูปองส่วนลด เพิ่มโปรโมชั่นให้ร้านค้าของท่าน
9. มีระบบ E-newsletter อัพเดตข่าวสารโปรโมชั่นใหม่ๆ ให้ลูกค้าทุกคนอย่างรวดเร็ว
10. รองรับ SEO เบื้องต้น ด้วยชื่อ url ของสินค้าเป็นภาษาไทย ง่ายต่อการโปรโมทเว็บร้านค้า
11. สุดท้ายคือ.. รับทำเว็บด้วย ราคาสุดคุ้ม !! บริการรวดเร็ว ประทับใจ ไม่ผิดหวังแน่นอน :)


alt

alt --
ระบบเว็บขายของ E-Commerce ครบวงจร ที่เรามีใ้ห้ ประกอบด้วย ** alt

บริการรับทำเว็บขายของออนไลน์ มีระบบจัดการร้านค้า ดังนี้
ระบบบริหารเว็บไซต์หลังร้าน
- ปรับค่าพื้นฐานเว็บไซต์
- ระบบเปิด/ปิด เว็บไซต์
สถิติการเข้าชม
ระบบจัดการ Contact us
ระบบเมนูเฉพาะสมาชิก (ต้องล้อคอินก่อนถึงจะเห็นเมนูนี้ว๊าวว!! ไฮโซ..)
ระบบการบริหารไฟล์ (Download)
- ระบบบริหารรูปภาพ / Flash
- ระบบบริหารไฟล์ PDF
ระบบจัดการบทความ
Webboard
- จำนวนห้องสนทนา
- ระบบค้นหากระทู้
- สามารถตั้ง/ลบ กระทู้
- เจ้าของเว็บจัดการกระทู้ได้
- ระบบบริหารกระทู้
- Webboard สามารถใส่รูปภาพได้ + อัพไฟล์ได้ (จำกัดขนาด Max ได้ค่ะ)
ระบบสินค้า
- จำนวนสินค้า( ลงสินค้าได้ไม่อั้น คุ้มไหมล่ะ อิๆ )
- ระบบค้นหาสินค้า
- ระบบตระกร้าสินค้า
- บริหารหมวดหมู่สินค้า
- ระบบบริหารสินค้า
- ระบบตั้งค่าการแสดงราคา
- ระบบรายงานการสั่งซื้อสินค้า
- ระบบแจ้งการโอนเงินในหน้าเว็บ
- ระบบชำระเงินผ่าน Paysbuy
- ระบบชำระเงินผ่าน paypalได้สามารถแปลงค่าสกุลเงินเป็น Us อัตโนมัติ
- ระบบสินค้าขายดี
- ระบบสินค้าใหม่
- วิธีการจัดส่งสินค้า(สามารถกำหนดเรทค่าส่งแบบลงทะเบียน / EMS)
- ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
- ระบบ VAT/TAX
- ระบบสกุลเงิน
- ระบบ Tracking Order
- ระบบการนำเข้าข้อมูลสินค้า
ระบบ Link เพื่อนบ้าน
ระบบแบบสอบถาม (Poll)
- ระบบสร้างแบบสอบถาม
- ระบบรายงานแบบสอบถาม
ระบบสมัครสมาชิก
- ระบบเก็บข้อมูลสมาชิก
- ปรับเปลี่ยนสถานะของสมาชิก
ระบบรายงานการขายสินค้า
- รายงานการสั่งซื้อ
- รายงานยอดขายรายเดือน
- รายงานยอดขายรายปี
ระบบแสดงความคิดเห็น
- แสดงความคิดเห็นในข่าว บทความ และสินค้า
- แจ้งลบความคิดเห็น
- ระบบจดหมายข่าว
ระบบคูปองส่วนลด *

 

** พร้อมทั้งจัดทำคู่มือทำเว็บ การใช้ระบบหลังร้านเบื้องต้นเพื่อไว้ศึกษาเองอัพเดตสินค้าได้เองค่ะ **

alt

* คำถามที่พบบ่อย *

♥ สิ่งที่คุณจะได้รับ.. ใช้บริการรับทำเว็บกับเราแล้วได้อะไร ?

--ใช้บริการกับเราแล้วได้อะไร ?


1. ด้วยระบบจัดการ การซื้อ-ขายสินค้าที่ชาญฉลาด โดยสามารถเพิ่ม และ ลดสินค้า ได้อย่างง่ายดาย
---และที่สำคัญ ลงสินค้าได้ไม่อั้น ไม่จำกัดจำนวนชิ้น เพราะพื้นที่เราให้มากถึง 15GB !!! คุ้มไปเลย
2. ตั้งค่าการจัดส่งสินค้า พร้อมทั้ง คิดคำนวนราคา ค่าจัดส่งได้หลายระดับ
3. มีระบบตอบอีเมล์อัตโนมัติในกรณีที่เกิดการซื้อกับทางร้านของท่าน
4. อีกทั้งท่านอย่างสามารถทำให้เป็นเว็บไซต์ Show Room สินค้าของท่านได้อีกด้วย
5. อีกทั้ง Server ทีมีประสิทธิภาพหมดปัญหากับการล่ม พร้อมทั้งเป็นเจ้าของชื่อเว็บไซต์ .com ได้อย่างง่ายดาย
6. มีระบบ Live Support หน้าเว็บ ให้ลูกค้าติดต่อคุณผ่านเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว !!
7. ตกแต่งร้านค้า รับทำเว็บไซต์ร้านค้าตามสไตล์ที่คุณต้องการ (( ไม่ซ้ำ ))* และมีจุดเด่นในตัวเอง !!
8. มีระบบส่วนลด สินค้าขายดี พร้อมคูปองส่วนลด เพิ่มโปรโมชั่นให้ร้านค้าของท่าน
9. มีระบบ E-newsletter อัพเดตข่าวสารโปรโมชั่นใหม่ๆ ให้ลูกค้าทุกคนอย่างรวดเร็ว
10. รองรับ SEO เบื้องต้น ด้วยชื่อ url ของสินค้าเป็นภาษาไทย ง่ายต่อการโปรโมทเว็บร้านค้า
11. สุดท้ายคือ.. ราคาสุดคุ้ม !! บริการรวดเร็ว ประทับใจ ไม่ผิดหวังแน่นอน :)


คุณจะได้เป็นเจ้าของเว็บไซต์สวยๆได้ ด้วยตัวคุณเอง
สามารถบริหารจัดการร้านค้าได้อย่างง่ายดาย
โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ สามารถย้ายโฮส / โดเมนได้ถ้าต้องการ
มีร้านค้าออนไลน์ใช้ในระยะยาว คุ้มสุดๆ!!


" เราสร้างสรรค์ผลงานดีและมีคุณภาพ คุ้มเกินราคา "



♥ ใช้เวลากี่วัน?? ค่าใช้จ่ายในการรับทำเว็บคิดยังไง ??

--ใช้เวลากี่วันเอ่ย ??


รับทำเว็บ ปกติใช้เวลาทำทั้งหมด
7-25 วัน
แล้วแต่ความละเอียดของงานค่ะ


--ค่าใช้จ่ายคิดยังไง ??

รายการ
ค่าใช้จ่าย
- เว็บขายของแนวเกาหลี + Design พร้อมใช้งานได้ทันที
ขึ้นกับแพคเกจค่ะ
- สุดคุ้ม!! พื้นที่เว็บจาก 10GB เราเพิ่มให้เป็น 15GB พร้อมชื่อเว็บ domain.com
2,500.-/ปี
พิเศษ !!! สำหรับค่าใช้จ่ายสำหรับปีแรก  ** Free Hosting มูลค่า 2,500 บาท **
รายละเอียดแพคเกจกรุณาสอบถาม  Line : nookiikz  หรือ  @ichicweb

 

  • ปีต่อไป ชำระต่ออายุเว็บไซต์เพียง 2,500/ปี


"คุ้มมาก สำหรับการทำเว็บไซต์ในระยะยาว"

* สำหรับการเปลี่ยนแปลงเทมเพลตหน้าเว็บปีต่อไป มีค่าใช้จ่าย 3,000 -5,000 บาท แล้วแต่ความละเอียดค่ะ

** กรณีอยากได้ส่วนประกอบของเวปอื่นๆเพิ่มเติม นอกเหนือจากรายการที่ระบุ
ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายบางส่วนค่ะ เช่น Banner แฟลช / เมนูแฟลช / Flash intro ฯลฯ

♥ ขั้นตอนการให้บริการรับทำเว็บ By ichicweb / จ่ายเงินตอนไหน?

--ขั้นตอนการให้บริการรับทำเว็บ


1. แจ้งความต้องการทำเว็บไซต์ ที่นี่ Click!! หรือ E-mail มาแ้จ้งว่าต้องการทำเว็บกับทางเรา
2. ทางเราจะส่งแบบฟอร์มความต้องการทำเว็บไซต์ ไปให้คุณใส่ข้อมูลต่างๆ และให้คุณลูกค้าส่งกลับมาหาเรา
3. ทางเราจะแจ้งราคาสำหรับทำเว็บไซต์ และคุณลูกค้าชำระเงินค่าบริการ งวดแรก 50% ก่อนเริ่มงาน
4. เราออกแบบเลเอาต์ ส่งให้คุณลูกค้าดูทาง E-mail (ปรับแก้ไขได้ 2 ครั้ง) และจัดทำเว็บไซต์พร้อมอัพขึ้นเว็บ
5.
ลูกค้าชำระงวดที่เหลือจนครบ และทางเราจะจดโดเมนพร้อม Hosting และนำขึ้นเว็บไซต์ภายใน 1 วัน

ทั้งนี้ ทางเราให้บริการ Support ทาง MSN online ตลอด สามารถสอบถามได้ทุกเมื่อจ้า ยินดีให้บริการค่ะ :))

msn : noo_kikz@hotmai.com , mafia_top_kku@hotmail.com Add มาได้ทั้งสองเมลล์จ้า


--จ่ายเงินตอนไหนจ๊ะ ?


ลูกค้าต้องชำระเงินก่อน 50% ~ จึงจะเริ่มจัดทำให้ค่ะ โอนปุ๊บ จัดทำให้ทันที !!
( ต้องเข้าใจหัวอกคนทำหน่อยนะคะ เพราะเคยรับทำเว็บจนเสร็จ แต่ลูกค้าดันเบี้ยวซะนี่
ไม่ได้เงินแถมยังเีสียทั้งเวลาและความรู้สึกค่ะ TT ,, )

--ค่าบริการหลังการจัดทำมีไหมเอ่ย ?


บริการ Backup ข้อมูลให้ทุกเดือน และสแกนไวรัสให้ฟรีค่ะ แถมบริการพิเศษ !!! ดูแลรักษาเว็บ ฟรี !!!!!!!!!!
ตลอดปีค่ะ
ถ้าเวปมีปัญหา สอบถามได้ตลอดเวลาจ้า ^^

♥ เจ้าของร้านสามารถจัดการเว็บส่วนไหนได้บ้าง ? ใช้ระบบหลังร้านไม่เป็น ทำไง ?

--เมื่อรับทำเว็บเสร็จแล้ว เจ้าของร้านสามารถจัดการเว็บส่วนไหนได้บ้าง ?


คุณสามารถจัดการระบบหลังร้านได้ทุกอย่าง เพียงแต่ต้องศึกษาในคู่มือให้เข้าใจก่อน
หลักๆเลย คือ การลงสินค้า / ใบสั่งซื้อ / อัพเดตบทความ - ข่าวสาร / จัดการเวบบอร์ด / สมาชิก

รวมถึงการปรับแต่งข้อความหน้าเว็บได้อีกด้วยค่ะ ^^

--ได้เว็บสวยๆ แล้วทำไงต่อ ? ใช้ระบบหลังร้านไม่เป็น ทำไง ?


ทางเราจะบริการให้คำปรึกษาและสอนเทคนิคระบบหลังร้านให้ด้วยค่ะ พร้อมคู่มือจ้า

ไม่ต้องมีพื้นฐานด้านการทำเว็บมาก่อน ก็สามารถใช้งานได้ค่ะ เรามีทีมงานคอยดูแลตลอดจ้า
ถามได้ตลอดเลยน๊า ทีมงานทุกคนใจดี และยินดีให้บริการจ้า
(ดึกๆก็โทรมาได้ค่ะ ^^)

♥ เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงหน้าตาเว็บไซต์ ต้องทำอย่างไร?

-- เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงหน้าตาเว็บไซต์ ต้องทำอย่างไร?


เมื่อใช้เว็บไปสักพักแล้วต้องการเปลี่ยนแปลงหน้าตาเว็บไซต์ (Template) ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อน 1 เดือนนะคะ
(ถ้าในระหว่างนั้นมีคิวเว็บเยอะ อาจต้องรอนิดนึงนะคะ) และจะมีค่าใช้จ่ายตามความละเอียดของงานจ้า


alt

tip

tipseo

    5 เทคนิคง่ายๆ ทำเว็บ E-Commerce ติด Search Engine ได้โดยไม่ต้องปรับแต่งอะไรมาก 5 เทคนิคง่ายๆ ทำเว็บ E-Commerce ติด Search Engine ได้โดยไม่ต้องปรับแต่งอะไรมาก
    5 เทคนิคง่ายๆ ทำเว็บ E-Commerce ติด Search Engine ได้โดยไม่ต้องปรับแต่งอะไรมาก หาก คุณต้องการหาซื้อสินค้าซักชิ้นนึง และอยากหาซื้อสินค้านี้ในช่องทางออนไลน์หรือเว็บไซต์ คุณจะหาสินค้าที่ต้องการได้อย่างไร?…
  • 3 กลยุทธ์ในการทำ seo 3 กลยุทธ์ในการทำ seo
    ในการปั้นเว็บให้ติดอันดับใน Search Engines ชื่อดังต่าง ๆ อาทิ Google Yahoo และ Live/MSN นั้น ผมเชื่อว่าทุกคนก็อยากที่จะให้เว็บของตนติดอันดับที่ดีทั้ง…
  • เทคนิคการทำ google seo เบื้องต้น (ได้ผลจริง) เทคนิคการทำ google seo เบื้องต้น (ได้ผลจริง)
      เราทุกคนในที่นี้ คงทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า Google คือ search engine อันดับ 1 ของโลก ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก วัน…
  • วิธีการทำ SEO : On-page / Off-page Optimization วิธีการทำ SEO : On-page / Off-page Optimization
     เราจะแบ่งการทำ SEO ออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. On-page Optimization การปรับแต่งเว็บเกี่ยวกับปัจจัยภายใน หรือส่วนต่างๆ ของหน้าเว็บ ได้แก่ การวางโครงสร้างเว็บ…
  • การทำSEO เกี่ยวกับ Contents การทำSEO เกี่ยวกับ Contents
    การทำ SEO เกี่ยวกับ Content 1 Unique content เนื้อหาไม่ซ้ำ เนื้อหาที่เขียนเอง แตกต่างจากเว็บอื่นๆ โดยสิ้นเชิง ไม่มีที่ไหนในโลก…

tipweb
    ความหมายของไฟล์รูปภาพชนิดต่าง ๆ ที่ใช้บน Website ความหมายของไฟล์รูปภาพชนิดต่าง ๆ ที่ใช้บน Website
    ขอบคุณความรู้ดีๆจาก : http://www.ninetechno.com/ ในการสร้างเว็บไซต์นั้น มีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องใช้รูปภาพในการประกอบการสร้างเว็บไซต์ สำหรับบทความนี้เป็นการรวบรวมความหมายของไฟล์รูปภาพชนิดต่าง ๆ มาให้คุณได้เข้าใจ และสามารถเลือกใช้งานได้อย่างถูกต้อง JPEG (เจเพ็ก) คือรูปแบบการบีบอัดแฟ้มภาพแบบสูญเสีย โดยยังให้เสียความละเอียดน้อยที่สุด รูปแบบแฟ้มสำหรับวิธีการนี้ได้แก่…
  • Joomla คืออะไร Joomla คืออะไร
    ขอบคุณความรู้ดีๆจาก : http://www.ninetechno.com/ joomla คืออะไร คำถามนี้มักจะอยู่ในใจของทุกคน ในขณะที่คุณได้ยินคำว่า "joomla" เป็นครั้งแรก เพราะชื่อที่ฟังแล้วแปลกหู เป็นชื่อที่ไม่คุ้นเคย แต่ถ้าหากเป็นคนที่อยู่ในวงการ Internet…
  • กฎ 23 ข้อ กฎ 23 ข้อ" ทำให้เว็บน่าสนใจ
      เป็นกฎง่ายๆ ที่บางครั้งเหมือนเส้นผมบังภูเขา ทำตามได้ไม่ยาก เพื่อให้เว็บไซต์เป็นที่ดึงดูดของผู้ใช้มากที่สุด    กฎ 23 ข้อดังต่อไปนี้ เป็นการวิจัยของ 3 สถาบัน…
  • วิธีใส่ favicon ให้เว็บไซต์คุณ วิธีใส่ favicon ให้เว็บไซต์คุณ
    favicon.ico เป็นการแสดงสัญลักษณ์ของเว็บเราบน address barของ browser ดังรูปตัวอย่างนั้นมีวิธีการง่ายๆ โดยการเตรียมรูปที่เป็นไฟล์ .png .gif หากต้องการให้พื้นโปร่ง หรือหากไม่มีก็ใช้ไฟล์ .jpgก็ได้เช่นกัน…
  • ออกแบบเว็บเพจอย่างไรให้ดูดี (Web 2.0 Design) ออกแบบเว็บเพจอย่างไรให้ดูดี (Web 2.0 Design)
     Web 2.0 Design  ส่วนประกอบของดีไซน์ยุคใหม่นั้นมีอะไรกันบ้าง เรียบง่าย ความเรียบง่ายหมายถึงการใช้จำนวน pixel ตามที่ต้องใช้เพื่อให้สื่อสารสิ่งที่ต้องการให้ได้และในการสื่อสารนั้นก็ประกอบไปด้วย ข้อมูลหลัก hard data และ…



alt

สอบถามรายละเอียดการรับทำเว็บเพิ่มเติม

contact_ichicweb

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2011 เวลา 00:12 น.

การเลือกสินค้ามาขายอย่างมีสติ

 

การเลือกขายสินค้านั่น ถือได้ว่าเป็นประเด็นหลักๆ ที่อาจช่วยให้คุณหรือผมประสบความสำเร็จในการขายได้ ฉนั้นสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณควรจะมีก็คือ “การเลือกสินค้ามาขายอย่างมีสติ” จากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านๆ มานั้นเชื่อว่าหลายท่านอาจเคยอ่านบทความเก่าๆ ของผมเมื่อปี 2006 ที่ผ่านมาเกี่ยวกับกฏเกณฑ์การเลือกสินค้าเพื่อสร้างร้านค้าออนไลน์ aStore ที่เคยสร้างเงินให้กับผมอย่างมากมายในช่วงนั้น (ปัจจุบันก็ยังทำเงินนะครับ แต่อาจทำอันดับได้ยากกว่าอดีตมาก)

 

การเลือกสินค้าบางครั้งก็ต้องอาศัยกฏเกณฑ์ที่ซับซ้อนเช่นกัน แต่ในบางครั้งนั้นก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องเลือกสินค้าใดๆ เลยถ้าเราได้เลือกกลุ่มสินค้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหตุผลก็เพราะว่าเมื่อเราได้เลือกกลุ่มไปแล้วนั้นสินค้าภายในกลุ่ม จะขายได้อย่างแน่นอนโดยไม่มีเงื่อนไขเพราะความแคบของตัวเลือกนั้นมีการเฉพาะ เจาะจงมากขึ้น เช่นกลุ่มสินค้าประเภทเสื้อผ้า (คงไม่มีอย่างอื่นไปปนหรอกมังครับ เช่น ยารักษาโรค อะไรทำนองนี้)

 

ใน Amazon นั้นก็มีสินค้าอยู่มากมายก่ายกอง เป็นร้อยเป็นพันล้านรายการ คล้ายกับป่าอเมซอน ที่มีพืชหลากหลายชนิดนั่นแหละ แล้วก็ยังมีสิ่งที่อาจเป็นอันตรายด้วยเช่นกัน สินค้าบางตัวนั้นเป็นสินค้าที่ขายดีมากๆ แต่ว่าอาจไม่มีคนขายหรือเราค้นหาไม่พบ สินค้าเหล่านี้มักเป็นสินค้าที่ไม่ค่อยจะดังเพราะว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้กล่าว ถึง (จงค้นหามันให้เจอ) แล้วนำมาทำเป็นเงินให้กับเรา สินค้าลักษณะแบบนี้ผมเรียกว่า “สินค้าทำเงิน” พยายามอย่าสับสนระหว่างสินค้าขายดี กับ สินค้าทำเงินนะครับเพราะความเหมือนที่ว่านั้นต่างกัน

 

ก่อนการเริ่มต้นที่ดีเราต้องมองถึงความเป็นไปได้ในระยะยาวของเราเสียก่อน ครับว่า จะสามารถขายสินค้าเหล่านั้นได้นานตลอดทั้งปีหรือไม่อย่างไร หรือเราต้องแข่งขันกับใครบ้างในปัจจุบันและอนาคตอันไกล้นี้ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้มันเป็นผลสะท้อนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงแค่ข้ามคืนเท่า นั้นเองครับ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “จงมีสติให้รอบคอบก่อนการเลือกแนะนำสินค้าเสมอ” ไม่ใช่สับแต่ว่าพอเราเห็นว่าเขาขายสินค้าใดได้ดีเราก็อยากจะมีส่วนแบ่งกับ เขาบ้าง หรือไปขายแข่งกับเขาโดยที่ลืมมองที่ความสามารถในการแข่งขันของเราเช่น การขายกล้องดิจิตอล หรือ ทีวีต่างๆ ซึ่งแน่นอนครับว่าเราต้องแบกรับความยาวนานกว่าจะได้ขาจแจ๊คเสียบทีวีสักเส้น ที่อาจมีราคาเพียงแค่ $9 ให้เราได้เจ็บใจเล่นๆ ไปตลอดทั้งปีก็เป็นได้

 

ฉนั้นประเด็นสำคัญก็คือ ให้มองหาสินค้าที่อาจมีการแข่งขันที่น้อยเอามากๆ เพื่อนำมาทำตลาดและขายเพราะสินค้าเหล่านั้นจะเป็นสินค้าที่ทำเงินให้กับเรา ได้ตลอดปี และอาจจะตลอดไปด้วยถ้าคนอื่นไม่มาเจอกับสินค้าเดียวกับเราเสียก่อนนะครับ โดยทั่วไปแล้วอาจใช้เวลาสักระยะ และบางสินค้านั้นยาวนานจนเราอาจลืมไปแล้วว่าเรายังขายได้อยู่ทุกวัน เพราะสินค้าลักษณะนี้เป็นสินค้าที่ผมเองก็ทำอยู่ปัจจุบัน แต่การแข่งขันก็น้อยมากเช่นมีจำนวนการแข่งขันเพียงแค่ 7-10 เพจเท่านั้นเอง (อันนี้ยังไงก็ติดอันดับหน้าแรก ฮะๆๆๆๆ) แต่ก็ยังต้องแข่งอยู่ดีนะครับ เพียงแต่ว่ามันแข่งกันไม่รุนแรงมากเพียงแค่เราต้องให้ได้อันดับที่ 1-3 มาครองก็พอแล้ว

 

ผมมีวิธีในการเลือกสินค้าแบบง่ายๆ ดังนี้ครับ อันนี้เป็นวิธีการของผมซึ่งก็ใช้ได้ผลซะด้วยซิครับในปัจจุบัน นั่นก็คือ

 

  1. เลือกจากสินค้าที่อาจอยู่ลึกๆ ในหมวดหมู่นั้นๆ
  2. ตรวจดูการแข่งขันว่ามากน้อยแค่ไหนถ้าไม่เกิน 100-20,000 เพจผมเอามาขาย
  3. สินค้านั้นต้องราคาพอประมาณคืออยู่ที่ $25-$500 (ถ้าต่ำกว่านี้ หรือมากกว่านี้ไม่เอา)
  4. มีปริมาณการค้นหาอย่างน้อยวันละ 20-100 คน
  5. เป็นสินค้าที่นิยมในปัจจุบัน แต่คนไม่ขาย (อาจหายากหน่อยแต่มีแน่)
  6. เขียนบล็อกการตลาด พร้อมกับสร้างร้าน aStore เอาไว้ขายสินค้านั้นๆ ด้วย (ช่วยๆ กัน)
  7. กำหนดคำค้นหาให้ตรงจุด อาจต้องลองค้นๆ ดูหลายๆ วิธีการหน่อยแต่มีคำเด็ดๆ แน่

 

อันนี้ก็เป็นวิธีการต่างๆ ที่ผมใช้ในปัจจุบันนะครับและก็จะต้องมีการกำหนดว่าภายใน 2-3 สัปดาห์นั้นจะต้องขายสินค้าในกลุ่มนั้นๆ ได้ด้วยและต้องได้ตามเกณฑ์ที่ผมกำหนดเช่น 10 วันต้องผ่านที่ $100 หรือถ้าต่ำกว่านั้นก็ต้องมีแนวโน้มที่น่าสนใจจริงๆ โดยทั่วไปแล้วจะผ่านหมดเพราะการแข่งขันที่ต่ำและสินค้ามักเป็นที่นิยมแต่อาจ เป็นกลุ่มคนค้นหาในจำนวนที่น้อยกว่า เท่านั้นเองครับ ข้อสำคัญที่สุดให้หมั่นสังเกตุสิ่งที่ตนเองทำเสมอว่าผลไปในทิศทางใดบ้าง เพื่อจะได้ทำการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นนั่นเองครับ และถ้าท่านทำแบบนี้ผมเชื่อว่ายังไงก็ขายได้แต่จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับ ตัวท่านเองที่เลือกคำค้นหาได้ถูกต้องตามลูกค้าต้องการหรือไม่เท่านั้นเอง.


 

ที่มา : เมกเมนนี่ดอทคอม

http://wittybuzz.blogspot.com/2010_01_01_archive.html

 


วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2011 เวลา 00:12 น.

3 กลยุทธ์ในการทำ seo

ในการปั้นเว็บให้ติดอันดับใน Search Engines ชื่อดังต่าง ๆ อาทิ Google Yahoo และ Live/MSN นั้น ผมเชื่อว่าทุกคนก็อยากที่จะให้เว็บของตนติดอันดับที่ดีทั้ง 3 ที่ แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นเรื่องที่ยาก โดยเฉพาะในปัจจุบันซึ่งอัลกอริธึมของทุกเจ้ามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วันนี้ผมจึงมีข้อเสนอแนะ 3 ข้อดี ๆ มาให้เพื่อน ๆ ได้ลองอ่านกันคัรบ

1. ถ้าติดหมดไม่ได้ ให้เลือกอันที่ดีที่สุดอันเดียว แล้วโฟกัสไปที่ตรงนั้น
เพราะอัตราการใช้งานไม่เท่ากัน อันดับ 1 ยังคงเป็น Google เช่นเดิมและผมแนะนำให้อิง Google เป็นหลักเช่นกัน เหตุผลเพราะในหลายคำนั้น ติดอันดับ 1 ใน Yahoo และ Live/MSN รวมกันยังไม่เทียบเท่าติด 1 ใน 10 อันดับแรกใน Google ด้วยซ้ำ

2. จำนวนของลิ้งค์ไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง คุณภาพสำคัญยิ่งกว่า
เราทุกคนต่างรู้ว่าลิ้งค์เป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่ออันดับเว็บคุณใน Google, Yahoo และ Live/MSN แต่เพื่อให้อันดับเว็บของคุณยั่งยืน ไม่ตกแม้ว่าอัลกอริธึมจะเปลี่ยนไป ผมแนะนำให้คุณหาเฉพาะลิ้งค์คุณภาพเท่านั้น ลิ้งค์ต่อไปนี้ควรหลีกเลี่ยง

- ลิ้งค์ที่มาจากเนื้อหาซ้ำ ๆ กันภายใต้ซับโดเมนหลาย ๆ อันบนโดเมนหลักอันเดียวกัน
- ลิ้งค์ที่มาจากหน้าที่มีแต่ลิ้งค์เยอะ ๆ อย่างเดียว ไม่มีเนื้อหาใด ๆ เลย
- ลิ้งค์ที่ได้มาฟรีจาก Spam Network เช่น ลิ้งค์ฟาร์ม เว็บริง (Web Ring)

3. โฟกัสที่คุณภาพของเนื้อหาควบคู่กันไปด้วย
ในปัจจุบันเสิร์ชเอ็นจิ้นได้พยายามที่จะคัดกรองคุณภาพของเนื้อหาที่ปรากฎบน เว็บเพื่อกำจัดเนื้อหาที่ซ้ำ ๆ กันในอินเด็กซ์ของตนเอง เนื้อหาที่เขียนขึ้นมาโดยอาศัยวิธีปั่นเยอะ ๆ หรือใช้โปรแกรมเขียนจะถูกกรองออก ส่วนเนื้อหาที่มีคุณภาพ (ไม่ซ้ำ, แกรมม่าไม่เพี้ยน, ไม่ใช้คำซ้ำ ๆ จนผิดสังเกต) จะถูกนำมาแสดงผลมากขึ้น ถ้าอยากให้อันดับเว็บของคุณมั่นคง การนำเสนอเนื้อหาที่มีคุณภาพคือเรื่องสำคัญ ซึ่งจะเป็นแนวโน้มต่อไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อ Google เข้าใจภาษาไทยได้มากขึ้นแล้ว เว็บที่ใช้วิธีสแปมทั้งหลายในปัจจุบันก็จะถูกกรองออกไปจำนวนมากเช่นกัน

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2011 เวลา 23:40 น.

เทคนิคในการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์

 

การออกแบบ รูปแบบแสดงผล และสีสันของเว็บไซต์ควรแสดงออกถึงความน่าเชื่อถือ เช่น การใช้รูปแบบที่แสดงออกถึงความจริงจังในการทำธุรกิจ จริงจังในการขายสินค้าและบริการ ไม่ใช้รูปแบบที่แสดงออกถึงความตลกขบขัน ดูไม่เป็นมืออาชีพ สีที่ใช้บนเว็บไซต์ควรแสดงออกถึงความจริงจัง น่าเชื่อถือ อย่างโทนสีน้ำเงิน สีเทา หรือโทนสีเข้ม ไม่ควรใช้โทนสีสดใสมากจนเกินไป ยกเว้นสินค้ากลุ่ม trendy, fashion หรือกลุ่มที่ต้องการความสดใส

เมนูต่าง ๆ ของเว็บไซต์ควรถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ และที่สำคัญควรมีเมนู ติดต่อเรา หรือ Contact us ซึ่งถือว่าเป็นเมนูสร้างความน่าเชื่อถือที่ดีที่สุด เพราะจะแสดงข้อมูล และรายละเอียดของเจ้าของเว็บไซต์ ในการให้ข้อมูล ควรใส่รายละเอียดที่แสดงถึงชื่อองค์กร หรือชื่อเจ้าของเว็บไซต์ ที่ตั้งสำนักงาน หมายเลขโทรศัพท์ ควรเป็นหมายเลขโทรศัพท์พื้นฐาน เพราะจะแสดงความน่าเชื่อถือมากกว่าการมีหมายเลขโทรศัพท์มือถือเพียงอย่างเดียว

 

นอกจากนี้ควรมีแผนที่ที่ตั้งสำนักงาน รูปถ่ายสถานที่ รูปถ่ายผู้บริหาร หรือเจ้าของ    ธุรกิจ ซึ่งสามารถช่วยให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือ 
มีอีกหนึ่งเมนูที่ควรแสดงอยู่บนเว็บไซต์เพื่อช่วยสร้างความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น คือ เมนูประสบการณ์ผู้ใช้สินค้า หรือบริการ เจ้าของเว็บไซต์สามารถนำตัวอย่างลูกค้า ที่เคยซื้อสินค้า หรือเคยใช้บริการ ขึ้นแสดงบนหน้าเว็บไซต์เพื่อแสดงให้เห็นว่าเว็บไซต์นี้เคยให้บริการกับลูกค้ารายอื่น ๆ หากลูกค้ามีชื่อเสียงในวงสังคม หรือเป็นผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ ย่อมก่อให้เกิดผลในทางบวก และส่งเสริมภาพลักษณ์ของเว็บไซต์ให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามการนำชื่อผู้ใช้สินค้ามาแสดงเพื่อบอกความน่าเชื่อถือนั้นจะต้องเป็นลูกค้าของเว็บไซต์จริง และเป็นผู้ที่มีลักษณะสอดคล้องกับเว็บไซต์ เช่น เว็บไซต์จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับเด็ก ผู้ที่จะนำมายกเป็นตัวอย่างลูกค้าควรเป็นผู้ที่มีบุตรแล้ว เป็นต้น

 

การสร้างความน่าเชื่อถือ อีกวิธีหนึ่ง คือ การสมัครขอเลขพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเจ้าของเว็บไซต์จะต้องนำเว็บไซต์ไปผ่านการตรวจรับรอง ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือว่าเว็บไซต์นี้อยู่ในขอบเขตของกฏหมาย นอกจากนี้การมี หัวข้อ นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือ เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์ จะช่วยแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของเจ้าของเว็บไซต์ เพราะแสดงขอบเขตของการให้บริการ และคุณสมบัติของลูกค้า แต่ในการใช้นโยบายความเป็นส่วนตัว หรือ เงื่อนไขการใช้เว็บไซต์ ต้องขึ้นอยู่กับลักษณะของสินค้าและบริการด้วย


วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2011 เวลา 23:40 น.

เทคนิคการเริ่มทำเว็บไซต์

เว็บไซต์คืออะไร ?

 
- เว็บไซต์ เป็นที่รวบรวมหน้าข้อมูลใน รูปแบบอิเล็คทรอนิคส์ที่ประกอบไปด้วย ข้อความ ภาพ และ เสียง เข้าด้วยกันโดยใช้ชื่อ domain ,sub domain หรือ ip address ในการอ้างถึงข้อมูลเหล่านั้น
- เว็บไซต์เป็นสื่อยุคใหม่ที่เข้าถึงได้จากทั่วโลก เข้าได้จากที่ใดก็ตามที่ สามารถเชื่อมต่อด้วยอินเตอร์เน็ต

ความพิเศษของเว็บไซต์...

- เข้าถึงได้จากทั่วโลก.. เว็บไซต์เป็นสื่อ ที่เข้าถึงได้จากทั่วโลก ผู้ชมของเว็บไซต์นั้นๆไม่ถูกจำกัดที่ระยะทางหรืออาณาเขตอีกต่อไป   


- บริการ 24 ชั่วโมง ...เว็บ ไซต์ เปิดบริการได้ 24 ชั่วโมง การออกแบบเว็บไซต์ที่ดี เว็บไซต์นั้นควรจะพร้อมเสมอที่รองรับการสั่งซื้อตลอด 24 ชั่วโมงหรือมีข้อมูลคำถามคำตอบ กรณีเจ้าหน้าที่ตอบคำถามทางโทรศัพท์ หรืออีเมล์ไม่อยู่


- ปรับเปลี่ยนข้อมูลได้ง่าย... เว็บไซต์เป็นสื่อที่ สามารถที่จะปรับเปลี่ยนข้อมูลให้ทันสมัยได้ตลอดเวลา ดังนั้นการทำเว็บที่ดี ต้องให้ข้อมูลที่ทันสมัยตลอด

ไม่เช่นนั้นจะขาดความน่าเชื่อถือ
 
- แสดงข้อมูลได้มาก ... เว็บไซต์สามารถเก็บข้อมูลได้มาก  ข้อมูลเก่าๆที่มีความเหมาะสม สามารถยังคงไว้ในเว็บไซต์ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเพียงแต่หากเกี่ยวข้องกับเวลา ควรจะมีการระบุวันเวลาของเนื้อหานั้นไว้ การมีข้อมูลจำนวนมากเป็นผลดีที่จะช่วยให้ผู้ชมเข้ามาเว็บไซต์มากด้วยเพราะการมีหน้าเว็บมากเหมือนมีประตูเล็กๆจำนวนมาก อาจจะมีคนเสิร์ชมาจาก Google แล้วมาติดหน้าเว็บไซต์ต่างๆของเราได้
 
....แม้วันนี้จะมีผู้คนสนใจเปิดเว็บไซต์กันเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไร ก็ตาม การเปิดเว็บไซต์เพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอเพราะไม่ว่าเว็บไซต์ที่จัดทำขึ้นมานั้นจะลงทุนมากน้อยเพียงใด แต่หากไม่มีคนเข้าชมมากพอ ก็ไม่อาจที่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์
 
....ดังนั้นการทำเว็บไซต์ให้จำหน่ายสินค้าได้นั้น ต้องอาศัยกระบวน การหลายอย่างที่ต้องทำ เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ให้ดี  มีผู้เข้าชมมากพอและ ผู้ชมที่เข้ามาต้องมีคุณภาพ ตรงกลุ่มเป้าหมายและข้อมูลในเว็บไซต์ต้องได้รับการออกแบบให้เข้าถึงได้ง่ายและสื่อสารต่อผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ


เว็บไซต์ที่ดี บางทีเงินก็ซื้อไม่ได้

 
....ผู้ประกอบการทุกคนทราบดีว่า ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องมีเว็บไซต์ ...แต่การมีเว็บเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอหากดูความผิดพลาดในอดีตของผู้ประกอบการที่กล้ากระโดดลง สนามการค้าออนไลน์ มาเปิดเว็บไซต์ แล้วล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมากก็เพราะความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับการค้าผ่านเว็บไซต์ที่ผู้ประกอบการเหล่านั้น ยังไม่ทันได้รู้ว่าจริงๆ แล้วต้องทำอย่างไร ?
 
ความรู้  ที่มาจากต่างประเทศ แบบไม่ได้ปรับ ให้เข้ากับประเทศเรา ทำให้ผู้ประกอบการเสียเงิน และเสียเวลาไปกับสิ่งที่มีผลเพียงน้อยนิดในการที่จะทำให้เว็บไซต์ประสบความสำเร็จ เช่น บางคนกว่าจะรู้ว่า คนไทยส่วนใหญ่ชอบอ่านเนื้อหาในเว็บเป็นภาษาไทยมากกว่าภาษาอังกฤษ แม้บางคนจะอ่านภาษาอังกฤษได้ก็ตาม....

ขอบคุณ : คุณบุรินทร์ เกล็ดมณี www.ReadyPlanet.com

10 Nov 2009
ขอบคุณที่มา ::  www.thaiecommerce.org

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2011 เวลา 23:40 น.

เทคนิคการทำ google seo เบื้องต้น (ได้ผลจริง)

 
เราทุกคนในที่นี้ คงทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า Google คือ search engine อันดับ 1 ของโลก ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก วัน ๆ หนึ่งผู้ใช้อินเตอร์เน็ต จะใช้บริการของ Google Search บ้าง Google Products บ้าง และ พูดคุยกันในฟอรั่ม หรือ เว็บบอร์ด เกี่ยวกับ Google ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านคน
 
ดังนั้น การที่จะทำให้เว็บไซต์ index ใน Google นั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การที่จะทำให้เว็บติด search หน้าแรก ๆ หรือ อันดับสูง ๆ ของ keywords เฉพาะใน Google Search นั้น นับเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า
 
สำหรับเว็บไซต์ที่ทีมงาน Wittybuzz ดูแลอยู่นั้น 92% ของ web traffic จะมาจาก direct hits ผ่าน Google Search
 
ดังนั้น จึงอยากนำเสนอ SEO basics บางอย่าง ซึ่งเป็นเทคนิคจำเป็นสำหรับการทำ search engine optimization ซึ่งทีมงาน Wittybuzz ใช้อยู่เป็นประจำ เพื่อทำการ optimize เว็บไซต์ของเรา รวมถึงเว็บไซต์ของลูกค้า เพื่อรักษาอันดับเว็บไซต์ดังกล่าว ให้ติด search ในหน้าแรก ๆ ของ Google Search และ อันดับดีกว่าเว็บไซต์ของคู่แข่ง
 
เทคนิคการทำ Google SEO ที่สำคัญ 4 ข้อที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของเราติด ranking ที่ดีกว่าเว็บไซต์ของคู่แข่ง ของผลการค้นหาใน Google Search นั้น ได้แก่
 
1.) ควรเลือกใช้ keywords ให้ตรงกับเว็บไซต์ หรือ web page แต่ละหน้าให้มากที่สุด
การเลือกใช้ keywords ให้ตรงกับ web page เป็นหลักสำคัญสุด สำหรับการทำ web page ให้ติดอันดับต้น ๆ ของ main keyword ซึ่งเป็นคำทั่ว ๆ ไปนั้น ยากกว่า การใช้ keyphrase ซึ่งเป็นการเอา main keyword มารวมกับคำอื่น เป็นคำผสม (Compound Words) ขึ้นมา กลายเป็นวลีสำคัญ (keyphrase) ที่มีความหมาย ยกตัวอย่าง เช่น จะเป็นการยากที่เราจะเน้นโปรโมตเว็บไซต์ ด้วยคำว่า SEO เฉย ๆ ซึ่งมีคู่แข่งใน Google Search อยู่ตอนนี้ 241,000,000 web pages ซึ่ง SEO ทั่วโลก ที่เปิดให้บริการทั่วโลก แข่งขันกันอย่างหนัก ซึ่งเราให้บริการแค่อยู่ในไทย ก็ไม่เอาควรเอาไม้ซี่ไปงัดไม้ซุง ดังนั้น เราควรจะเน้นที่คำว่า Thai SEO หรือ Thailand SEO ซึ่ง มีคู่แข่งอยู่ไม่กี่ web pages เอง และ เป็นอะไรที่ตรงตัวกับเราที่สุด รวมทั้งเพิ่มโอกาสทางธุรกิจออนไลน์ ให้เราขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเจน
 
2.) ควรใส่ keywords ใน URL และส่วน Title Tag อย่างเหมาะสม
ปัจจัยสำคัญ ที่เป็นตัวกำหนด ranking ใน Google Search นั้น ได้แก่ โดเมนเนม และ title tag กล่าวคือ การจดแบบเอา keywords มาเป็น domain name จะได้รับการจัด ranking ใน Google Search ของ keywords นั้น ๆ ได้ดีกว่า เอาชื่อบริษัทมาจดโดเมนเนม แต่ข้อดีของการเอาชื่อบริษัท มาตั้งเป็น domain name ก็คือ การสร้าง brand name ให้กับสินค้า และ บริการของบริษัทของเราเอง ได้ดีกว่า การเน้นเอา keywords มาเป็น domain name
 
ส่วน title tag ก็สำคัญไม่แพ้ domain name ของเราเลย เพราะถ้าเราใช้ keywords ในส่วน title tag ของแต่ละ webpage ได้อย่างแยบยล โอกาสที่จะได้รับการจัดอันดับ ranking ใน Google Search ก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
 
ดังนั้น เมื่อเรา search Google แล้ว เราจะเห็นส่วนมาก ผล search ที่ได้ จะมี hilight ที่ link แทบทุกตัว ซึ่งส่วนที่ Google ดึงมาเป็น link ของผล search ที่ว่านั้น เอามาจาก title tag ดังกล่าว มีน้อยมากที่จะเอาจากส่วนที่อยู่ใน body content เว้นเสียแต่ว่าเว็บไซต์ หรือ บริษัทนั้น จะดังจริง ๆ หรือ ใช้งบโฆษณาตัวเองสูง
 
3.) ควรให้ความสำคัญกับ Keyword Density
Keyword Density คือ ปริมาณความหนาแน่นของ Keyword นั่นเอง ใน content หรือ webpage หนึ่ง ๆ จะมีคำอยู่มากมาย แต่ Search Engine Bots หรือ Spiders จะตัดคำบางคำทิ้งไป เช่น a, an, the, is, am, are, was, were, been เป็นต้น เพราะน้อยมาก ที่คนจะใช้คำเหล่านี้ เป็น keywords หลัก search หาข้อมูลส่วนคำที่เหลือ จะถูกนำมาค้นหาคำซ้ำซ้อนกัน โดยมักจะแบ่งเป็น
 
- คำเดียวโดด ๆ (Single Word) เช่น website, designer, SEO เป็นต้น
- สองคำ (Two Words) เช่น website promotion, website designer, Thai SEO เป็นต้น
- สามคำขึ้นไป (Multiple Words) เช่น Thai website promotion, Thai website designer, Professional Thai SEO เป็นต้น
 
คำที่ได้ ในแต่ละกลุ่ม จะถูกนำมาคำนวณป็นค่าคะแนน keyword desity ซึ่งจะเป็นการเทียบอัตราส่วนความสำคัญของคำ ที่มีอยู่ในเนื้อหา และ keywords สำคัญ ๆ ที่เราต้องการสื่อให้เห็นถึง ค่าความหนาแน่นของ keywords ซึ่งค่า keyword density ควรอยู่ระหว่าง 7% ถึง 10% ของแต่ละ web page
 
ไม่ควรเล่นเทคนิค keyword density มากเกินไป เพราะกลายเป็น keyword stuffing ถ้าเน้นการใส่ keywords สำคัญ ๆ จำนวนมาก แต่ยังไงเสีย keyword density นี่แหละ เป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเลย
 
4.) ควรมี back links คุณภาพ ลิงค์มายังเว็บไซต์ของเราเป็นจำนวนมาก
Back links คือ เว็บไซต์ที่ลิงค์มายังเว็บไซต์ของเราโดยตรง ไม่ใช่พวกที่แอบใส่โค๊ดที่URL แล้ว redirect link ก่อนค่อยจะเข้าถึงเว็บไซต์ของเรา พูดง่าย ๆ ว่า เมื่อ web paage ใด ๆ มี back links เยอะ ๆ web page นั้น ๆ ก็จะได้รับ ranking ที่สูงขึ้นกว่า web page ที่มี back links น้อยกว่า
 
ดังนั้น หัวใจของการมี ranking สูง ๆ ก็คือ การมี back links คุณภาพเยอะ ๆ นั่นเอง
 
 

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2011 เวลา 23:40 น.

ประโยชน์ของการทำ E-Commerce

 

Online Marketing เป็นช่องทางดำเนินธุรกิจอีกทางหนึ่ง ที่ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจาก Internet เป็นทั้งเครื่องมือการค้า ช่องทางการจำหน่าย และ ช่องทางโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า ได้อย่างกว้างขวาง เพราะฉะนั้น E-Commerce จึงได้พลิกโฉมรูปแบบการค้า และ เปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิตของเรา

 

ดังนั้น เราจึงไม่ควรมองข้ามตลาดออนไลน์ หรือ E-Commerece ดังกล่าวไปได้เลย เพราะสังคมออนไลน์เติบโตขึ้นทุกวัน การทำงานในรูปแบบ Work at Home ก็มีอัตราการเพิ่มขึ้นสูง ซึ่งกลุ่มคนออนไลน์เหล่านี้ จะนิยมใช้บริการออนไลน์เป็นอย่างมาก เช่น online banking, ซื้อของออนไลน์, chat, หาเพื่อน, หาคู่เดทออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมของสังคมออนไลน์ดังกล่าว สามารถเพิ่มโอกาสทำรายได้ให้แก่ผู้ทำ E-Commerce ได้อย่างมากเลยทีเดียว

 

สินค้าที่นิยมนำมา ทำธุรกิจ E-Commerce ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่ผู้ซื้อรู้จักอยู่แล้ว ซึ่งลูกค้าเลือกซื้อได้จากทุกที่ เช่น หนังสือ ของเล่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ดอกไม้ เครื่องประดับ เพลง video game ซอฟต์แวร์ ข้อมูลจากซีดีรอม เป็นต้น

 

ข้อดีของการทำ E-Commerce นั้น ช่วยทำให้ผู้ประกอบการ ประหยัดกว่า การทำธุรกิจแบบเดิม ๆ ที่ต้องส่ง catalogue ไปให้ลูกค้าเลือกซื้อ หรือ เสียค่าเช่าเปิดบูธแสดงสินค้าในงาน trade show ต่าง ๆ เพื่อโปรโมตสินค้า

 

ถ้า สร้างเว็บไซต์ E-Commerce บนอินเตอร์เน็ต เพื่อทำเป็นบู๊ธแสดงสินค้าถาวร ที่ลูกค้าสามารถเข้าชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง และ ดำเนินการค้าขายได้อย่างอิสระทั่วโลก ซึ่งนับเป็นข้อดีอีกข้อของ การทำ E-Commerce

 

หากเราไม่อยากจะ สร้างเว็บไซต์ ของตัวเอง ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก เราอาจจะจ้าง บริษัทรับออกแบบเว็บ E-Commerce ช่วย สร้างเว็บไซต์ และ ดูแลเว็บไซต์ ตลอดอายุการใช้งานได้ ซึ่งจะเป็นที่รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ไว้ และ เป็นการง่ายต่อผู้ซื้อในต่างประเทศ ที่จะเลือกซื้อสินค้าได้ ซึ่ง บริการออกแบบเว็บอีคอมเมิร์ซ นี้ Wittybuzz เปิดให้บริการอยู่

 

การทำ E-Commerce เป็นการตลาดที่ใช้ต้นทุนต่ำ เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปติดต่อธุรกิจกันเลย ง่ายต่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ สามารถเข้าถึงลูกค้าที่ใช้บริการ Internet ได้ง่ายมาก ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และ เวลาสำหรับผู้ซื้อกับผู้ขาย และ ไม่จำเป็นต้องเปิดร้านขายสินค้า ที่ต้องมีการจดทะเบียนต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยากพอสมควร เพียงแค่มีสินค้า และ บริการให้กับลูกค้าเท่านั้น เราก็สามารถ ดำเนินธุรกิจ E-Commerce ได้อย่างสะดวกสบายแล้ว

 

ขอบคุณที่มา ::  

clickbkk.com


 
วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2011 เวลา 23:40 น.

เตรียมความพร้อมก่อนทำเว็บขายของ (E-commerce)

การเริ่มต้นทำเว็บขายของ หรือ เว็บ E-commerce นั้น สิ่งที่ควรเตรียมก่อนสิ่งอื่น คือ เราจะต้องมีสินค้าหรือบริการอยู่แล้ว ไม่ว่าสินค้านั้น จะเป็นสินค้าที่เป็นชิ้น ๆ ที่สามารถส่งได้ทางไปรษณีย์ และ ขนส่งผ่านบริษัทส่งของก็ตาม หรือ อาจจะเป็นซอฟต์แวร์ที่ไม่ต้องขนส่ง แต่สามารถให้ลูกค้าดาวน์โหลดเอาไปใช้ได้

ขั้นตอนต่อมา เราจะต้องมี web hosting สำหรับวางเว็บไซต์ของเรา ซึ่งบริษัท hosting server เหล่านี้มีอยู่มากมายที่เราสามารถเลือกใช้บริการได้ แต่เราก็ต้องดูอีกว่า ซอฟต์แวร์จำพวก shopping cart ที่เราจะใช้นั้น hosting server รองรับหรือเปล่า?

ที่สำคัญอีกประการถัดมาคือ เราจะต้องมีเว็บไซต์เพื่อที่จะทำเป็น เว็บอีคอมเมิร์ซ เสียก่อน ซึ่งปัจจุบันนี้ มีหลายเว็บไซต์ให้บริการทำเว็บขายของฟรี แต่กระนั้น หากเราต้องการทำเว็บขายของ ที่มีรูปแบบ การออกแบบเว็บอีคอมเมิร์ซ เป็นส่วนตัว และไม่ซ้ำแบบใครนั้น เราจำเป็นจะต้องมี เว็บไซต์ E-commerce ส่วนตัว เพื่อที่เราจะได้ทำอะไรได้เต็มที่กับเว็บไซต์เของเรา

หากคุณยังไม่พร้อมที่จะ ออกแบบเว็บอีคอมเมิร์ซ ด้วยตัวเอง ทีมงาน iChicweb ของเราพร้อมให้ บริการออกแบบเว็บ E-commerce เพื่อทำให้ การทำเว็บขายของ ของคุณสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

สำหรับวิธีการชำระเงินของ การทำเว็บขายของออนไลน์ ที่ให้ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้นนั้น ได้แก่ ชำระผ่านบัตรเครดิต สั่งจ่ายเช็ค โอนเงินผ่านธนาคาร หรือ online banking ธนาณัติ หรือ ตั๋วแลกเงินทางไปรษณีย์ การชำระผ่าน PayPal และ PaySbuy เป็นต้น

ประการสุดท้าย ซึ่งนับว่าสำคัญที่สุด คือ เราจำเป็นจะต้องมีกลยุทธทางการตลาดให้กับเว็บไซต์ พร้อมทั้งสร้างความดึงดูดใจลูกค้าอยู่เสมอ เช่น มีการลดราคาสินค้าบ้างเป็นครั้งคราว มี discount sales ให้ลูกค้าในกรณีสั่งซื้อจำนวนมากต่อครั้ง เพิ่มสินค้าและบริการใหม่ ๆ เข้ามาสม่ำเสมอ เป็นต้น

โดยสรุปแล้ว เราจำเป็นต้องมีหลักการตลาดที่ดี และอย่าลืมทำ การพัฒนาเว็บไซต์ E-commerce ของเราให้เป็นที่รู้จัก โดย การโปรโมตเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ด้วยรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การทำ SEO เพื่อให้ เว็บอีคอมเมิร์ซ ของเราถูกค้นพบใน search engines การลงโฆษณาแบบ pay per click กับบริษัทที่ไว้วางใจได้ในเรื่อง invalid clicks อย่าง Google หรืออาจจะลงโฆษณาใน รูปแบบของ affiliate program ที่เราจะจ่ายเงินให้คนลงโฆษณา เมื่อมีการซื้อขายสินค้าของเราผ่านการแนะนำ (Referral) ของเขาเกิดขึ้น


ขอขอบคุณที่มา ::  
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 ถัดไป > สุดท้าย >>
JPAGE_CURRENT_OF_TOTAL
 
 
 
 
 
 

คุยสดๆกับเราที่นี่!!
รับทำเว็บเกาหลี